กินเที่ยวแบบฉบับ GooLoo ChiangMai ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไม่รู้ไปไหน เกมส์ออนไลน์ เกมส์คาเฟ่ Game Flash Game Online บ้านทรงไทย ใกล้แม่น้ำปิง บ้านไม้ทรงไทย เชียงใหม่ บรรยากาศดี
----------------------------------------
ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์  เชียงใหม่และประเทศไทย [สมัครสมาชิกก่อนโพส]
----------------------------------------
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: โรคคิดถึง ... เป็นกันไหม?  (อ่าน 1857 ครั้ง)
endcenter
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3457



เว็บไซต์

« เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2008, 12:41:10 PM »



ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบจาก Glitter.kapook.com

โรคนี้จะเกิดกับคนที่อ่อนแอ ทางจิตใจขั้นรุนแรง
อาการเบื้องต้นของโรคนี้ เริ่มจากเชื้อพาหะจะเข้ามาใกล้
สร้างความสนิทสนมกัน ตามประสาคนรู้จัก
 
หลังจากนั้นก็จะส่งผลถึงคลื่นไฟฟ้าในสมอง
ซึ่งจะแปรเปลี่ยนคลื่นความถี่ จากความรู้สึกธรรมดาฉันท์เพื่อน พี่ น้อง
ให้เป็นตามที่ใจตนเองต้องการ

เมื่อเชื้อโรคได้เข้าสู่ร่างกายแล้ว
จะกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยระยะเวลาอันสั้น
ซึ่งจะแปรตามความสัมพันธ์ที่มีมากหรือน้อย ระหว่างผู้รับเชื้อกับผู้แพร่เชื้อ
ยิ่งมีมาก เชื้อก็จะยิ่งแพร่กระจายได้ไกล
 
โดยที่สภาพอากาศ มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ด้วย
ฤดูฝน มีคนโทรมาห่วงว่ากลัวจะเป็นหวัด : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 30%
ฤดูหนาว มีคนสัมผัสมือแก้หนาว : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 70%
ฤดูร้อน มีคนชวนไปเที่ยวทะเล : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 25%

อาการของโรคนี้ โดยมากแล้วจะเริ่มจากการคิดเข้าข้างตัวเอง
จากนั้น . . . ก็จะเริ่มมีอาการอ่อนแอทางจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ
จะส่งผลกระทบต่อไปต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ตื่นสายเพราะมัวคุย
 
ทางองค์การอนามัยโลก
จัดให้ "โรคคิดถึง" เป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง
เพราะได้มีผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ติดเชื้อเอง
ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ผลการวิจัยของสถาบันการแพทย์ชั้นนำ
ได้ข้อสรุปตรงกันว่า โรคคิดถึง เป็นโรคแพ้ความใกล้ชิด
อาการจะรุนแรงมากหรือน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตัวผู้รับเชื้อเอง
หากจิตใจจิตใจอ่อนแอมากเท่าไหร่
อาการของโรคนี้ก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
 
ผลกระทบจากโรคนี้ คือ . . .
เมื่อเชื้อโรคได้แพร่เข้าสู่หัวใจ โดยทางเส้นเลือดนั้น
จะทำให้เกิดอาการท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง โทษตัวเอง น้อยใจชีวิต

ปัจจุบันนี้ทางการแพทย์ ยังไม่สามารถที่จะหาวัคซีนป้องกันได้
เพราะเนื่องจากเชื้อนี้เป็นไวรัส ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้
ทำให้โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นๆ หายๆ
ไม่สามารถระบุได้ว่า จะเป็นอีกเมื่อไหร่ และจะหายเมื่อไหร่
 
ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงมากน้อยเพียงใด
แพทย์หลายท่านระบุว่า "เวลา"
จะเป็นยารักษาโรคนี้ได้ดีที่สุด


* 31-05-2008_02.gif (107.72 KB, 400x537 - ดู 307 ครั้ง.)
 


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: