กินเที่ยวแบบฉบับ GooLoo ChiangMai ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไม่รู้ไปไหน เกมส์ออนไลน์ เกมส์คาเฟ่ Game Flash Game Online บ้านทรงไทย ใกล้แม่น้ำปิง บ้านไม้ทรงไทย เชียงใหม่ บรรยากาศดี
----------------------------------------
ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์  เชียงใหม่และประเทศไทย [สมัครสมาชิกก่อนโพส]
----------------------------------------
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กรี๊ด! สามี เป็น.......  (อ่าน 3512 ครั้ง)
Variety
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32




« เมื่อ: เมษายน 02, 2008, 12:21:51 AM »



กรี๊ด! สามี เป็น....... 

สถานการณ์ชาวเกย์

          ที่จริงแล้วคำว่า "เกย์" ในบ้านเรายังไม่ค่อยจะมีใครเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง สังคมชาวเกย์บ้านเราก็ไม่เปิดเผยเหมือนกับทางตะวันตก ที่เห็นๆ รู้กันในสังคมก็มีดังๆ ไม่กี่คน ที่เหลืออีกเยอะมากก็เป็นคุณแอบ ในอเมริกามีการนั่งนับกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะครับ ที่ได้ข้อมูลมาพบว่ามีเกย์อยู่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว

          ชาวเกย์ที่เมืองนอกเขาก็ว่ามาว่ากรุงเทพฯ ของเราก็ไม่ใช่ย่อย ถ้านับกันแล้วก็จะติดอันดับเมืองหลวงของเกย์ตะวันออกทีเดียว แต่ด้วยความที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม กฎเกณฑ์สังคมเยอะแยะ ทำให้เกย์ไทยต้องคอยแอบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ค่อยได้เปิดเผยต่อสังคมเหมือนทางตะวันตก

          ถ้าผู้ชายบ้านเราเป็นเกย์เยอะขนาดนั้นจริงๆ ในผู้ชายสิบคนจะมีลูกผู้ชายตัวปลอมอยู่หนึ่ง แล้วสามีเราจะเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่านะ นี่ถ้าจับได้ว่าแอบไปนอนกับผู้ชายด้วยกัน ไม่รู้จะขำกลิ้ง หรือจะโกรธดี มีเมียน้อยเป็นผู้หญิงเหมือนกันอย่างเรา บางทีมันก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าชาวบ้านเขา ยังดูดีกว่าเสียอีก

          ถ้ารู้ว่าสามีไปมีชายอื่น ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าผู้ชายคนนั้นเขาเป็นเมียน้อยของสามีเรา หรือว่าเขาเป็นสามีของสามีเรา แค่คิดก็ยังงงๆ อยู่เลย

          ในสังคมตะวันตก "โฮโมเซ็กช่วล" หมายถึง บุคคลที่มีความโน้มเอียงไปในทางชอบเพศไม้ป่าเดียวกัน ส่วน "ไบเซ็กช่วล" หรือเรียกแบบไทยๆ ว่า "เสือไบ" ก็หมายถึง ผู้ชายที่มีเรื่องอย่างว่าได้ทั้งสองเพศ ดังนั้น "เกย์" จึงหมายถึง+โฮโมเซ็กช่วล และอาจรวมถึงไบเซ็กช่วลด้วยก็ได้

          ส่วน "เฮกเตอ โรเซ็กช่วล" ก็หมายถึงบุคคลที่ชอบเฉพาะเพศตรงข้ามเท่านั้น ซึ่งใครๆ เขาก็ต้องชอบแต่เพศตรงข้ามกันทั้งนั้น เฮกเตอโรเซ็กช่วลก็เลยไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติแปลกประหลาดอะไร

เทคนิคสังเกต...เกย์

          ผู้ชายเดี๋ยวนี้จะดูแต่รูปร่างหน้าตาภายนอกก็ดูกันไม่ค่อยจะออกหรอกครับ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะนึกภาพ "ลูกผู้ชายตัวจริง" ว่าต้องตัวสูงใหญ่ ผิวคล้ำๆ หน้าตาคมเข้ม ตามตำรา "ดาร์ก ทอลล์ แอนด์ แฮนด์ซั่ม" แต่ความลับสุดยอดของผู้ชายก็มีอยู่ว่าลูกผู้ชายหุ่นล่ำบึ้กแบบนี้ ก็มักจะใหญ่แต่ตัว แต่เจ้าน้องชายของเขานี่สิมักจะเล็กกระจิริด สู้พวกพระรองทั้งหลายไม่ได้ ผู้ชายผอมๆ ขาวๆ หน้าตี๋ๆ ตามตำราสูงชะลูดตูดปอดยอดขุนพลนี่สิถึงเรียกว่าของจริง แต่ก็บอกแล้วไงครับว่าดูจากภายนอกไม่ได้เลย เพราะทั้งสองแบบนี้ก็มีโอกาสเป็นลูกผู้ชายตัวปลอมได้เหมือนๆ กัน

          แต่ผู้ชายที่เป็นเกย์ถ้าดูให้ดีก็ดูไม่ยากหรอกครับ เขาว่าถ้าดูให้ดีๆ พวกนี้จะมีอะไรที่เหมือนๆ กันหลายอย่างให้สังเกตได้ เช่น ชอบใส่เสื้อผ้ามียี่ห้อรัดรูปแนบเนื้อ ชอบออกกำลังกาย ชอบเข้าฟิตเนส ว่ากันว่าร้อยละ 80 ของผู้ชายที่เข้าฟิตเนสมักเป็นเกย์ ไม่รู้จริงหรือเปล่านะ ผู้ชายที่เป็นเกย์ก็มักอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เป็นผู้หญิงมากกว่าเพื่อนผู้ชาย การพูดการจาก็ไพเราะเกินผู้ชายทั่วไป เช่น จ๊ะ จ๋า คะ ขา คนพวกนี้ส่วนมากก็มักชอบทําตัวเองให้วุ่นวายอยู่กับงาน ขึ้นชื่อว่าทำงานเก่งทีเดียว รับผิดชอบต่องานดีกว่าผู้ชายปกติทั่วๆ ไปด้วยซ้ำ

          ผู้ชายเราต่างคนต่างก็เติบโตมาในสังคมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะเฮฮาทะลึ่งตึงตัง แต่บางคนก็อาจเรียบร้อย พูดน้อย ขี้อายเอาแต่ยิ้มก็มี แต่นิสัยที่เห็นกับเรื่องอย่างว่ามันไม่ค่อยจะไปด้วยกันสักเท่าไหร่หรอกครับ คนที่เฮฮา ชอบกระเซ้าเย้าแหย่ ดูเหมือนจะเจ้าชู้ แต่คนพวกนี้ไม่ค่อยจะเอาจริงกันหรอกครับ เหมือนหมาที่ชอบเห่ามักจะไม่กัด พวกนี้เลยไม่ค่อยจะมีเมียน้อยกัน แต่พวกที่เงียบๆ หงิมๆ นี่แหละตัวดี น้ำนิ่งมักไหลลึก เห็นมาเยอะแล้ว เวลาโดนจับได้ก็มักจะเอาตัวรอดได้ทุกที คนเฉยๆ เวลาโดนจับได้ก็มักจะเฉยเข้าไว้ ใช้ความสงบสยบความโวยวาย ให้เมียหลวงกับเมียน้อยไปทะเลาะกันเอาเอง ตัวเองก็เลยลอยตัวสบายไป

          คนที่เป็นเกย์น่ะมีการแสดงออกกันได้หลายระดับ หลายๆ คนก็แสดงออกกันออกหน้าออกตา แต่บางคนดูยังไงก็ดูไม่ออก ดูๆ ก็มาดแมนดี แต่ที่ไหนได้เป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันไปเสียฉิบ แล้วบรรดาเกย์ทั้งหลายนี่นะก็หล่อๆ หุ่นแมนๆ กันทั้งนั้น คนพวกนี้เขาดูแลตัวเองดีมาก แต่งตัวก็มักจะดูดีมากๆ ด้วย หายากที่จะเห็นเกย์โทรมๆ อ้วนตุ๊ต๊ะ เสียชื่อชาวเกย์หมด

          ผู้ชายที่กลายเป็นเกย์ก็มักจะเริ่มเป็นกันมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้วเป็นส่วนใหญ่ การศึกษาในปัจจุบันก็ยังพบว่าการเป็นเกย์เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์เสียด้วยซ้ำไป โดยจะถ่ายทอดที่ยีนในตำแหน่ง Xq28 ไม่ค่อยมีหรอกที่แก่แล้วค่อยมาเป็นเกย์กันทีหลัง ยิ่งแต่งงานมีเมียแล้วมาเป็นเกย์ทีหลังยิ่งเป็นไปไม่ได้ ลองคนเราได้ลิ้มรสความสุขของเพศสัมพันธ์ระหว่างชายจริงหญิงแท้ ไม่มีทางที่เขาจะเปลี่ยนใจไปชอบไม้ป่าเดียวกันทีหลังหรอกครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมว่าฝ่ายหญิงต้องพิจารณาตัวเองแล้วล่ะครับที่สามีหนีไปมีชายอื่น?

เปลี่ยนไป...ใช่ว่าจะเป็นเกย์


          บางทีอยู่กันไปนานๆ บางทีก็ไม่ค่อยได้มีอะไรกัน เห็นสามีเอาแต่ไปตีกอล์ฟ ไปไหนต่อไหนกันกับก๊วนผู้ชาย ก็อาจพาลสงสัยตามประสาผู้หญิงคิดมากว่า เอ..หรือว่าสามีอาจจะไปชอบไม้ป่าเดียวกันแล้ว เหตุที่ผู้ชายไม่ค่อยมีเพศสัมพันธ์เหมือนเมื่อก่อนก็มีสาเหตุเยอะแยะ เหตุที่มาจากสามีเป็นเกย์ไปแล้วนั้นก็คงเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะคิดถึง

          นอกจากว่าจะมีเหตุหรือหลักฐานจับได้คาหนังคาเขาชัดเจน ถึงแม้ว่าเกย์บางรายจะดูเท่าไหร่ก็ดูไม่ออก แต่คนที่เป็นเมียอยู่กันมาทุกวัน นอนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันก็คงต้องเห็นความผิดปกติกันบ้างสิครับ เกิดอยู่ๆ ชอบไปไหนมาไหนกับเพื่อนผู้ชายด้วยกัน หัวร่อต่อกระซิกเกินผู้ชายปกติหรือแสดงอาการหึงหวงจนออกหน้าออกตา แถมหนังสือนิตยสารที่ซื้อมาอ่านมันก็ดูแปลกๆ ไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตา เปิดดูก็มีแต่รูปผู้ชายใส่บิกินี เห็นอะไรเป็นลำตุงอยู่ในกางเกง ไม่รู้ของจริงหรือเปล่า ยิ่งเจอเจลลี่หล่อลื่นทั้งๆ ที่ไม่เคยได้ใช้กับเราสักครั้ง อย่างนี้เขาไปมีชายอื่นแน่นอน

          ผู้ชายหน่ายเมีย เขาอาจไม่ได้หน่ายเซ็กซ์ก็ได้ หากไม่มีความตื่นเต้นเร้าใจ เซ็กซ์ก็ดูจะจืดชืดไม่มีรสชาติ แต่งงานอยู่กันมาหลายปีมันก็ไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อะไรต่ออะไรมันก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไฝกี่เม็ดก็จำได้จนหมดแล้วก็เลยทำให้ยิ่งนานวันเรื่องอย่างว่าก็ยิ่งน้อยลง แต่โดยธรรมชาติของผู้ชายไม่มีวันที่จะหน่ายเซ็กซ์กันง่ายๆ หรอกครับ พอได้ลองของใหม่ตื่นเต้นเร้าใจกว่า จะมัวไปใช้ของเก่าอยู่ทำไม หรืออาจมีบ้างนานๆ ทีเมียก็สงสัย

          ดังนั้นผู้ชายเงียบๆ หงิมๆ แล้วมีเรื่องอย่างว่าน้อยลง ผมว่าน่าจะคิดว่าเขาแอบไปมีเล็กมีน้อยข้างนอกมากกว่าที่จะสงสัยว่าสามีเป็นเกย์นะครับ แต่ก่อนจะไปกล่าวหาเขาอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องมีหลักฐานชัดเจนเสียก่อนนะครับ อย่าไปคิดเอาเอง เพราะบางทีที่มันหน่ายเมียก็ไม่ได้ไปมีเมียน้อยซักหน่อย เกย์ก็ไม่ได้เป็น แต่มันมีเหตุได้ตั้งเยอะแยะ ทั้งความเหนื่อยความเครียดทางอารมณ์ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงาน หรืออายุชักจะมากเดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ ยาที่กินบางอย่างก็มีผลทำให้ล้มไม่ลุก ปลุกไม่ตื่นอีกต่างหาก

          เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกันก็มีผลมาก ปฏิสัมพันธ์กันน้อยก็ย่อมมีเพศสัมพันธ์น้อยไปด้วยเหมือนกัน บางคู่ที่โกรธกันง่ายแต่หายเร็ว มักจะไม่ค่อยมีปัญหา ยิ่งทะเลาะกันมาก ก็ยิ่งลูกดก ต่างจากบางคู่ที่ทะเลาะกันยาว ไม่ค่อยเลิกแล้วต่อกัน มีเรื่องคาใจกันเยอะ ตอนกลางคืนก็นอนหันหลังให้กัน แบบนี้มันไม่มีอารมณ์จะทำอะไรกันได้หรอกครับ

พิชิตสามี...ไม่ให้นอกใจ

          ถ้าสังเกตพบว่าคุณสามีเริ่มมีอาการหน่ายเมีย ก่อนอื่นผมขอให้สำรวจตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก ดูซิว่ามีข้อขัดแย้งขัดใจอะไรที่ยังค้างคาใจกันอยู่หรือเปล่า มีอะไรก็รีบๆ คุยๆ กันให้รู้เรื่อง อยู่ด้วยกันก็ต้องเปิดใจให้กัน ปรับตัวหากันจะได้อยู่ด้วยกันไม่มีปัญหา ขั้นต่อไปก็คงต้องดูตัวเองว่ามีอะไรที่มันซ้ำซากน่าเบื่อบ้างหรือเปล่า ขี้บ่นมั้ย จู้จี้เกินไปมั้ย ชอบออกคำสั่ง ชอบทำให้สามีเสียหน้าหรือเปล่า พยายามหาข้อเสียของตัวเองออกมาแล้วรีบๆ กำจัดมันซะ

          หลังจากนั้นค่อยมาหากลยุทธ์เผด็จศึกสามีอีกที พยายามมีกิจกรรมที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัด เช่น ไปแอโรบิก ออกไปเที่ยวกลางคืนกันบ้าง พยายามหลีกหนีความจำเจในชีวิต ชุดนอนของเก่าที่ดูเชยๆ รุ่มร่ามก็เอาไปทำผ้าเช็ดพื้นให้หมด หาชุดนอนสายเดี่ยวเล็กๆ บางๆ เซ็กซี่เห็นแล้วสามีทำใจไม่ได้มาใส่ยั่วเขาบ้าง มีอะไรที่ไม่เคยทำก็ลองทำให้เขาแปลกใจดูสักครั้ง ความตื่นเต้นเร้าใจจะช่วยให้เขากลับมาคึกคักเหมือนเดิม

          เผด็จศึกเรียบร้อยก็คงหายข้องใจไม่ไปกล่าวหาว่าสามีเป็นเกย์อีกแล้วนะครับ



* poster2.jpg (41.27 KB, 550x341 - ดู 690 ครั้ง.)
 


บันทึกการเข้า
ลูกพีทคับ
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2008, 01:19:02 PM »



gjhgk อายจัง อายจัง แลบลิ้น
 


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: