กินเที่ยวแบบฉบับ GooLoo ChiangMai ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไม่รู้ไปไหน เกมส์ออนไลน์ เกมส์คาเฟ่ Game Flash Game Online บ้านทรงไทย ใกล้แม่น้ำปิง บ้านไม้ทรงไทย เชียงใหม่ บรรยากาศดี
----------------------------------------
ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์  เชียงใหม่และประเทศไทย [สมัครสมาชิกก่อนโพส]
----------------------------------------
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้ชายกับฮาวทูเรื่องเซ็กซ์  (อ่าน 2689 ครั้ง)
@dmin
บุคคลทั่วไป


« เมื่อ: เมษายน 26, 2008, 02:07:30 PM »



ผู้ชายกับฮาวทูเรื่องเซ็กซ์

เชื่อเถอะ ไม่ว่าคุณจะอ่านฮาวทูเรื่องเซ็กซ์มากี่ร้อยกี่พันครั้ง ข้อสรุปสั้นๆ ของมันก็มีเพียง 2 ข้อ หนึ่ง, อย่าเห็นแก่ตัว สอง, อย่าขี้เกียจ (เอ...นี่เรากำลังสร้างฮาวทูอะไรขึ้นมาอีกหรือเปล่า)


หลังพิจารณาความหงุดหงิดของตัวเองที่เกิดขึ้นจากการอ่านฮาวทูเรื่องเซ็กซ์ ก็ได้ข้อสรุปว่า เพราะฮาวทูทั้งหลายล้วนเป็นการแปลมาจากตะวันตกที่พูดถึงแต่เรื่องร่างกาย ในขณะที่สายเลือดความเป็นตะวันออกในตัวนั้นให้ค่ากับจิตใจมากกว่า คู่มือการมีเซ็กซ์นั้นจึงทำหน้าที่ทุกอย่าง ยกเว้นการอธิบายที่ตรงประเด็น ไม่เคยแตะความรู้สึก

อย่างจริงๆ จังๆ อีกอย่างภาษาที่ใช้ในฮาวทูนั้น ดูยังไงก็มีลักษณะของ ‘ภาษาที่ 2’ คือล่องลอยจากชีวิตจริง ไม่ก็ลดทอนบางอย่างไป ฉะนั้น สิ่งที่ดำรงอยู่คู่กับฮาวทูก็คือโจ๊กเกี่ยวกับฮาวทูนั่นแหละ

นับตั้งแต่การคลอดฮาวทูเรื่องเซ็กซ์อันโด่งดัง Philosophy in the Bedroom ของ Marquis de Sade ในปี 1795 มาตรฐานที่เราถูกสอนให้แบกมันขึ้นเตียง ทำให้ผู้คนเป็นล้านๆ ต่างรู้สึกหงุดหงิด กลัวว่าจะทำ ‘ผิด’ และ ‘พลาด’ ไปเสียทั้งหมด จึงไม่แปลกที่เมื่อกามกิจนั้นจบลง บ่อยครั้งที่เราจะรู้สึกว่างเปล่าราวกับว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้กอดรัดมนุษย์สักคน หากถาม ซิกมันด์ ฟรอยด์ ว่า เซ็กซ์คืออะไร? เขาจะตอบมาเพียงสั้นๆ ว่า มันคือ ‘ความปรารถนา’ และคุณสมบัติข้อเดียวของความปรารถนาคือความปรารถนา มันจึงไม่มีที่ว่างให้สิ่งแปลกปลอมอื่น

“คำถามยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งเราไม่สามารถหาคำตอบได้เลย...ก็คือผู้หญิงต้องการอะไร” ท้ายที่สุดฟรอยด์ก็กล่าวคำนี้อย่างปลงโลก เพียร์ซ บรอส-แนน เคยเปรียบเทียบงานของเขาในบทบาท เจมส์ บอนด์ เอาไว้ว่า มันก็เหมือนกับออรัลเซ็กซ์นั่นแหละ


“น่าเบื่อและโดดเดี่ยว แต่ก็ต้องมีบางคนทำ...” เขาว่า นี่แหละคือ ‘ความจริง’ ที่ฮาวทูทั้งหลายไม่ได้บอก เมื่อเราไม่เคยยอมรับกันเสียทีว่า ลึกๆ แล้วกฎข้อแรก ของออรัลเซ็กซ์คือความโดดเดี่ยว เราจึงต้องอยู่กับภาพแห่งการสร้างสมานฉันท์ด้วยความไม่รู้ตัวต่อไป

ผู้หญิงผิวขาวจากหนังเรื่อง The White Masai ทั้งเสียใจและผิดหวังสุดๆ เมื่อหนุ่มมาไซผิวดำร่างกำยำที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นมีวิธีการร่วมเพศที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่มีการเล้าโลมอะไรทั้งสิ้น มีเพียงการสอดใส่ที่ไร้อารมณ์ ภายหลังเธอจึงสอนการร่วมเพศในแบบของเธอ ที่ต้องนุ่มนวลและอ้อยอิ่ง เมื่อเขาค่อยๆ เรียนรู้ เขาจึงกลายเป็นผู้ชายผิวดำที่มีวัฒนธรรมการร่วมแพศแบบคนผิวขาว ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราลืมตั้งคำถามไปเลย ก็คือว่า แล้วความศักดิ์สิทธิ์ของการมีเซ็กซ์ในวัฒนธรรมชาวมาไซคืออะไร ?

เธอมีวัฒนธรรมการร่วมเพศที่สอนให้คิดถึงใจเขาใจเรา เพราะหญิง-ชายเท่าเทียมกัน และแก่นของเซ็กซ์คือความรัก ส่วนเขาล่ะ-เคยมีใครได้ยินวัฒนธรรมการร่วมเพศของชาวมาไซบ้าง ภายใต้ภาพการร่วมเพศอันงดงามของคนต่างวัฒนธรรมนี้ จึงมีบางอย่างที่ถูกถมทับไปตลอดกาล

ชาวเอสกิโมถือกันว่า การให้แขกผู้มาเยือน ‘ยืม’ ภรรยานั้น แสดงถึงความใจกว้าง ฉะนั้น ความหมายของเซ็กซ์ในสังคมนี้คืออะไร เรื่องแบบนี้ต่างหากใช่ไหมที่เราจะต้องตอบให้ได้ เพราะการเข้าใจวัฒนธรรมอื่นๆ จะทำให้เราตั้งคำถามกับวัฒนธรรมของตัวเองมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมันจะลงไปถึงสิ่งที่ลึกที่สุดคือ ระบบคิดพื้นฐานที่เรามีต่อเซ็กซ์ สำคัญที่สุดคือ วิธีที่คุณมองและให้คุณค่ากับเพศตรงข้าม ถ้าคุณให้ความเคารพผู้หญิงมาก เซ็กซ์ก็จะเป็นอีกรสชาติ (ที่ต่อให้คุณโง่เง่าแค่ไหน มันก็ต้องมีรสชาติเข้าท่าบ้างแหละน่า)

หนุ่มๆ ทั้งหลาย คุณรู้ได้ยังไงว่าออกัสซั่มจากช่องคลอดเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด ซาตานที่ไหนเข้าสิงคุณหรือ? แล้วคุณเคยไหม ที่เวลามีเซ็กซ์แล้วดันรู้สึกเหมือนกับว่าร่างจริงๆ ของคุณไม่ได้อยู่ที่นี่ คุณกำลังเป็นใครสักคนที่คุณไม่รู้จัก แต่คงไม่มีใครสรุปว่ามันเกิดจากการที่เราแบกฮาวทูขึ้นเตียงหรอก เพราะของบางอย่าง คุณต้องหาคำตอบจากมันเอาเอง...



* 25964512305140421.jpg (41.26 KB, 317x470 - ดู 403 ครั้ง.)
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2009, 03:22:12 PM โดย endcenter »
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: