กินเที่ยวแบบฉบับ GooLoo ChiangMai ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไม่รู้ไปไหน เกมส์ออนไลน์ เกมส์คาเฟ่ Game Flash Game Online บ้านทรงไทย ใกล้แม่น้ำปิง บ้านไม้ทรงไทย เชียงใหม่ บรรยากาศดี
----------------------------------------
ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์  เชียงใหม่และประเทศไทย [สมัครสมาชิกก่อนโพส]
----------------------------------------
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รักอย่างไร...ไม่หมดอายุ  (อ่าน 2641 ครั้ง)
endcenter
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3457



เว็บไซต์

« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2008, 04:43:06 PM »



หลายเดือนก่อนมีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งและสะดุดกับคำพูดของตัวละครจนอดที่จะคิดและตั้งคำถามตามไปด้วยไม่ได้เพราะเขาเปรียบเทียบความรักกับอาหารกระป๋องต่างที่อาหารกระป๋องบอกวันหมดอายุไว้อย่างชัดเจนแต่ความรัก...ไม่ คุณล่ะคะ คิดว่าความรักหมดอายุได้มั้ย?

ตัวเร่ง...รักหมดอายุ

ตอนรักกันใหม่ๆ หรือเพิ่งแต่งงานสร้างครอบครัวในช่วงแรกๆ ปัญหาร้อยแปดคงจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะหนักนิดเบาหน่อยต่างฝ่ายก็พร้อมที่จะเข้าใจ ให้อภัย และพยายามปรับตัวเข้าหากันสุดฤทธิ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งน้อยนิดที่ไม่เคยคิดจะใหญ่โตก็อาจกลับกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้ซะงั้น

หลายคู่สามารถแก้ไขฟันฝ่าปัญหาและอยู่ด้วยกันต่อไปได้ในขณะที่อีกหลายคู่ต้องลงเอยด้วยการหย่าร้างแยกทาง ด้วยไม่สามารถยืดอายุให้รักได้อีกต่อไป

ดิฉันลองตั้งคำถามกับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านว่า รักหมดอายุได้มั้ย คำตอบมีทั้งได้และไมได้ ฝ่ายที่คิดว่ารักหมดอายุได้บอกว่ามีตัวเร่งจากหลายสาเหตุ เช่น

 เบื่อหน่าย เคยชิน ในช่วงแรกความรักย่อมหวือหวา หวานชื่น ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ว่าอย่างไรว่าตามกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่เคยทำให้มีชีวิตชีวา มีความสุข กลับมาทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายนั่นเพราะความเคยชิน เหมือนกินอาหารอย่างเดิมทุกวัน

 คนใหม่...ใช่เสมอ จำไม่ไดว่าเคยได้ยินหรือได้อ่านประโยคนี้มาจากที่ไหน แต่เชื่อว่าใครหลายคนมีความคิดแบบนี้ เพราะอะไรก็ตามที่ยังใหม่ ย่อมเย้ายวนชวนให้น่าติดตาม น่าค้นหา ไม่เว้นแม้แต่คนใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิต หากมีบางอย่างที่คลิกจนคิดว่า ใช่มากกว่าคู่ของตน ดีกรีของความเบื่อหน่ายก็จะพุ่งปรี๊ด ยิ่งบวกกับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันโดยเฉพาะในสังคมเมือง ที่เอื้ออำนวยต่อพฤติกรรมเปลี่ยนคู่ใหม่ไร้ขีดจำกัด ก็จะเร่งให้รักหมดอายุเร็วขึ้น

 ปิดปรับปรุง ดิฉันหมายถึงการหยุดปรับปรุงพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของทั้งสองฝ่ายน่ะค่ะ เมื่อชายหญิงพบกัน ถูกใจและรักกัน มักจะโฟกัสความสนใจไปยังข้อดีหรือสิ่งที่ตนเองสนใจของอีกฝ่าย จนละเลยและมองข้ามข้อด้อยหรือสิ่งที่ไม่ถูกใจไป
แต่หลังจากแต่งงานหันแล้ว ทั้งข้อดีข้อด้อย สิ่งที่ถูกใจและไม่ถูกใจย่อมปรากฏให้เห็น จากที่เคยคิดว่าจะยอมรับได้ทุกอย่างก็กลายเป็นไปไมได้ พาลคิดไปว่าเขาหรือเธอเปลี่ยนไปจากเดิมแถมยังไม่ปรับปรุงพฤติกรรมก่อนแต่งงาน แต่เป็นการมองคนละมุม

สำหรับฝ่ายที่บอกว่ารักไม่มีวันหมดอายุนั้น ก็มีเหตุผลสำคัญอยู่หลายประการค่ะ เช่น
- รักเหมือนยาวิเศษที่ไม่มีวันหมดอายุ
- รักไม่มีวันหมดอายุ เพราะถ้าหมดอายุได้ สิ่งนั้นไม่ได้เรียกว่าความรัก
- รักไม่มีวันหมดอายุ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
- รักไม่มีวันหมดอายุ และจะมากขึ้นด้วยความผูกพัน แต่การแสดงออกอาจจะน้อยลง
ดิฉันขอลงรายละเอียดของฝั่งที่คิดว่ารักหมดอายุได้มากว่านะคะ เพราะไม่อยากให้ประมาทกับเหตุการณ์ หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น เรื่องเล็กๆ อาจบานปลายได้ ถ้าไม่ดูแลระวังรักษาให้ดีค่ะ

เมื่อรักหมดอายุ

ขอตั้งคำถามก่อนนะคะว่า หากรักหมดอายุได้จริง คุณผู้อ่านคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมาบ้าง จากการสอบถามคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่าน ได้คำตอบดังนี้ค่ะ

 หัวใจโดนทำร้าย เมื่อไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ หรืออาจมีอยู่น้อยนิดจนมองแทบไม่เห็นในสายตาของอีกฝ่ายหนึ่ง ความรู้สึกในแง่ลบจากการที่รักหมดอายุขัยลง ก็จะถูกแปลงเป็นการกระทำค่ะแต่เป็นไปในทางที่ไม่ถูกใจอีกฝ่าย จากที่เคยดีๆ ก็เป็นตรงกันข้ามความสุขที่เคยมีกลับกลายเป็นความทุกข์ไปในที่สุด

 ทน...ทน...และทนไม่ไหว หลายคนคงใช้คาถาขันติเข้าสู้ อาจเพราะลูกน้อยตาดำๆ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย แต่เมื่อใดก็ตามที่มีความรู้สึกต้อง ทน มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นการทนกับอะไรบางอย่างหรือหลายอย่าง โดยปราศจากการแก้ไขหรือแก้ไขแล้วไม่สำเร็จนั่นหมายถึงชนวนระเบิดได้ถูกจุดขึ้นแล้ว รอแต่วันปะทุและระเบิดเพราะอย่างที่ทราบกันล่ะค่ะ ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด

 เลิกรา เมื่อความอดทนถึงขีดสุด แน่นอนว่าวาระสุดท้ายของความรักย่อมมาถึง ซึ่งคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้และดิฉันก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัว แต่ถ้าตรึกตรองมาแล้วทั้งสองฝ่ายว่าวิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด ก็ไม่ว่ากันค่ะ คงดีกว่าอยู่แบบทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต

 ส่งผลกับลูก เมื่อความรักของพ่อแม่หมดอายุลง ไม่ว่าจะทนอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม หรือเลิกรากันไปในที่สุด ผลกระทบไม่ได้มีเพียงตัวพ่อแม่เท่านั้นค่ะ แต่จะส่งผลไปยังลูกด้วย เช่น หากทนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปแบบแกนๆ มีหัวใจแต่ไร้ความรู้สึก ไร้ชีวิตชีวาลูกก็จะเป็นแบบนั้นด้วย หรือถ้าพ่อแม่ด่าทอ ทะเลาะเบาะแว้งกันลูกจะเครียดและมีผลต่อสภาพจิตใจ เป็นต้น
ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีใด ดิฉันคิดว่าไม่ผิดนะคะ แต่ก็จะส่งผลต่อลูกทั้งนั้น เพียงแต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกหรือทำอะไรลงไปคุณอาจต้องไตร่ตรองหาวิธีและทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ ฝ่ายทั้งตัวคุณพ่อคุณแม่เอง รวมถึงเจ้าตัวเล็กที่หลายๆ คน รวมทั้งคุณยกให้เขาเป็น โซทองคล้องใจ หรือเป็น พยานรัก ของคุณด้วยค่ะ

รักดีดี..ไม่หมดอายุ

มั่นใจค่ะว่าคงไม่มีใครอยากจะใช้ชีวิตคู่แบบ ทนอยู่ เพราะต่างก็คงอยากจะ อยู่ทน ซะมากกว่า ซึ่งคงไม่ยากเกินไปหากทั้ง 2 ฝ่าย ช่วยกันประคับประคองตามวิธีที่เหมาะสมกับคู่ของตัวเอง เช่น

 หมั่นเติมใจให้กัน นึกถึงตอนรักกันใหม่ๆ อย่าลืมความดีของเขาหรือเธอ แค่นึกถึงและยังไม่ลืมนั้นยังไม่พอค่ะ แต่ต้องหมั่นเติมความหวานให้กันตลอด ทำทุกวันให้เหมือนวันแรกที่เริ่มรักกันและต้องการใช้ชีวิตร่วมกัน ถ้าทำทุกวันไม่ไหว จะเลือกเฉพาะโอกาสพิเศษก็ไม่ว่ากันค่ะ ทั้งวันคล้ายวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน ฯลฯ

 เปิดใจพูดคุย การเงียบเฉยจะเป็นการสะสมความรู้สึกด้านลบให้มากขึ้น การเปิดใจพูดคุยโดยใช้ภาษาที่ฟังแล้วสบายหู สบายใจ กริยาท่าทีที่ดูแล้วสบายตา เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงทั้งด้านดีด้านลบ เพื่อช่วยกันหาทางออกที่ดีสำหรับทั้งคู่ค่ะ

 ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง ข้อดีดูจะออกแนวปลงชีวิตเล็กน้อยมีหลายทานให้คำตอบกับดิฉันว่า ใช้วิธี ยึดหลักธรรม ปล่อยวางและไม่ยึดติด คิดเสียว่าแม้กระทั่งตัวเราก็ยังไม่ใช่ของเรา จะไปหวังอะไรกับคนอื่น
ความจริงแล้วการเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของทุกสรรพสิ่งทำให้เรามองเห็นสถานการณ์ ปัญหา และความจริงที่เกิดมากขึ้นนอกจากนั้นแล้วการใช้หลักคำสอนในการครองเรือนตามศาสนาที่นับถือ ก็น่าจะช่วยให้ชีวิตคู่มีความราบรื่นและสงบสุขค่ะ

ดิฉันเองคิดว่า ความรักฉันท์สามีภรรยา อาจมีวันหมดอายุได้สำหรับบางคู่ แต่เราสามารถดูแลและป้องกันได้ค่ะ ด้วยวิธีการยกตัวอย่างมา และเชื่อว่ายังมีวิธีดีๆ อีกมากมายที่คุณๆ ใช้กันอยู่

การประคับประคองความรักนั้น ก็เหมือนกับการดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล บางครั้งอาจจะอ่อนแอเพราะปรับตัวตามอากาศไม่ทัน แต่หากเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดี รักษาให้ตรงจุด เราก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมเช่นเดียวกับการดำรงความรักให้คงอยู่กับคู่ชีวิต ก็ต้องรู้จักปรับตัวให้เท่าทันกันตามความเปลี่ยนแปลง ถ้ามีปัญหาก็แก้ให้ตรงจุด

แต่ท้ายที่สุดหากพยายามอย่างเต็มที่แล้ว รักก็ยังหมดอายุลงจนได้ คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลแล้วล่ะค่ะ

ขอให้รักของคุณยืนยง มั่นคง ไม่หมดอายุง่ายๆ นะคะ

http://www.pooyingnaka.com/story/story.php?Category=love&No=1818


* lovecouple2.jpg (35.27 KB, 280x420 - ดู 408 ครั้ง.)
 


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: