กินเที่ยวแบบฉบับ GooLoo ChiangMai ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไม่รู้ไปไหน เกมส์ออนไลน์ เกมส์คาเฟ่ Game Flash Game Online บ้านทรงไทย ใกล้แม่น้ำปิง บ้านไม้ทรงไทย เชียงใหม่ บรรยากาศดี
----------------------------------------
ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์  เชียงใหม่และประเทศไทย [สมัครสมาชิกก่อนโพส]
----------------------------------------
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไงจะขายบ้านได้...???  (อ่าน 4190 ครั้ง)
endcenter
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3457



เว็บไซต์

« เมื่อ: สิงหาคม 04, 2008, 06:52:59 PM »



 "อาจารย์ครับทำไงดี อยากจะขายบ้าน แต่ขายไม่ได้เสียที ฮวงจุ้ยช่วยได้หรือเปล่า"

     ผมถูกยิงคำถามแบบนี้อยู่บ่อยๆ จนนึกในใจว่า เดี๋ยวนี้จะขายบ้านก็ต้องพึ่งฮวงจุ้ยกันแล้ว ไม่ใช่แค่ช่วยซื้อบ้านอย่างเดียว ช่วยได้ครับ แต่ๆ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเงื่อนไขการขายบ้านได้นั้นจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะในเรื่องของราคา และทำเลที่ตั้ง ฮวงจุ้ยจะช่วยได้แค่ให้คนที่มาดูบ้านเห็นแล้วน่าอยู่ น่าซื้อมากกว่า ไม่ใช่เห็นแล้วร้องยี้ ส่ายหัว

ลองดูเรื่องทำเลกันก่อน ทำเลที่ถือว่าขายบ้านยาก จะเป็นทำเลที่เข้าข่าย ดังต่อไปนี้

         1. บ้านตรงทางสามแพร่ง หรือทางพุ่งชน
         2. บ้านสุดซอย หรือบ้านซอยตัน
         3. บ้านมีหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่หน้าบ้าน
         4. บ้านที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือห่างไกลผู้คน
         5. บ้านติดกับวัด ศาลเจ้า หรือสุสาน
         6. บ้านติดกับแม่น้ำลำคลองที่เน่าเสีย
         7. บ้านติดกับตึกสูง หรือบ้านที่สูงกว่ามาก
         8. บ้านติดกับโรงงาน หรือโกดังเก็บของ

     ถ้าบ้านอยู่ในตำแหน่งที่กล่าวมา เปอร์เซนต์ที่บ้านจะขายได้ก็หายไปแล้วเกือบครึ่ง เพราะทำเล หรือสภาพแวดล้อมถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ แก้ไขยากมาก ทางออกอาจต้องลดราคาให้ถูกจริงๆ จึงจะขายได้
    คราวนี้มาดูที่ตัวบ้านกันบ้าง คนส่วนใหญ่เวลาจะขายบ้าน ก็มักจะปล่อยบ้านให้อยู่ในสภาพเดิม ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะคิดว่าไหนๆ ก็จะขายทิ้งแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเงินอีก ใครที่คิดแบบนั้น บอกได้เลยว่า "คิดผิด"

     การจะขายบ้านได้ง่าย และเร็วนั้น หลักฮวงจุ้ยบอกว่า จะต้องปรับปรุงบ้านที่จะขายให้เป็นบ้านใหม่อีกครั้ง ให้นึกเสียว่าเราเป็นคนที่จะมาซื้อบ้านหลังนี้ ถ้าเห็นบ้านที่เสื่อมสภาพ กับบ้านที่ดูใหม่ อย่างไหนชวนให้ซื้อกว่ากัน

     วิธีทำให้เป็นบ้านใหม่อีกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร อันดับแรกทาสีบ้านใหม่ ทั้งตัวบ้านและกำแพงรั้ว เพราะเป็นด่านแรกที่ผู้จะมาซื้อมองเห็น ภาพแรกที่เห็นถือว่าสำคัญมาก ถ้ารู้สึกประทับใจแล้วอย่างอื่นก็ดูจะง่ายไปหมด

     เรื่องของการทาสีบ้าน ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า อย่าใช้สีที่แปลกประหลาดกว่าบ้านอื่น หรือบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เช่น บ้านที่ทาสีเขียวทั้งหลัง ชมพูทั้งหลัง ฟ้าทั้งหลัง เพราะถ้าผู้มาซื้อเกิดไม่ชอบสีนั้นก็เป็นอันจบ ควรใช้สีที่เป็นกลาง เช่น สีขาว สีครีม สีอ่อน หรือสีเดิมตอนที่ซื้อบ้านครั้งแรกก็ได้

     ตัวอย่างนี้ มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ อย่างในหมู่บ้านผมเองก็มีหลายหลัง ประกาศมาปี กว่าแล้วๆ ยังขายไม่ได้เลย เพราะเป็นสีเขียวทั้งหลังรวมทั้งหลังคาและรั้วด้วย ดูเป็นบ้านประหลาดของหมู่บ้านใครเห็นก็มักจะเอ่ยปากว่า "ทำได้ไงเนี่ย"

     ประเด็นต่อมาให้ปรับปรุงบ้านในส่วนที่สึกหรอ เช่น กำแพงแตกร้าว พื้นทรุด ผนังห้องขึ้นรา วอลล์เปเปอร์ฉีกขาด ถ้าสามารถทาสีภายในบ้านใหม่ได้ก็จะดีที่สุด เพราะบ้านจะดูเหมือนใหม่ทั้งหลัง หลักฮวงจุ้ยบอกว่า การปล่อยบ้านให้ดูโทรมและเสื่อมสภาพ จะเป็นตัวบั่นทอนโชคลาภของบ้านหลังนั้นให้หดหาย

     กรณีบ้านที่มีการต่อเติมไปจากแบบบ้านเดิม เช่น โรงรถ หรือต่อหลังคากันสาด ถ้าส่วนที่ต่อเติมมีสภาพเสื่อมโทรมแล้ว ให้จัดการรื้อทิ้ง ให้ตัวบ้านกลับสู่สภาพเดิมเหมือนตอนซื้อครั้งแรก เพราะบางครั้งผู้ซื้ออยากจะต่อเติมในแบบที่ตัวเองชอบ ก็สามารถทำได้ง่ายกว่า

     การจัดสภาพพื้นที่รอบๆ บ้าน ปัญหาที่พบเจอบ่อยก็เห็นจะเป็นเรื่องของต้นไม้ บ้านเก่าเมื่ออยู่ไปนานๆ ต้นไม้ก็จะเติบโตไปตามบ้าน จากต้นไม้เล็กก็กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ก่อสภาพอึมครึมทำให้บ้านดูไม่สดใส

     ถ้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมมาก ควรตัดต้นไม้บางส่วนออก โดยเฉพาะต้นไม้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน เพื่อเปิดช่องให้แสงสว่างส่องเข้าบ้านได้ แล้วยังทำให้บ้านดูเด่นขึ้น เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่มาปิดบัง นอกจากนี้ยังทำให้บ้านโปร่งดูโล่งและกว้างขึ้นอีกด้วย

     ความสะอาด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรละเลย กรณีที่ปิดบ้านทิ้งไว้เพื่อรอการขาย ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ ทั้งภายนอกและภายในบ้าน อย่าปล่อยทิ้งร้าง หญ้าขึ้นรกเต็มบ้าน เพราะนอกจากจะทำให้บ้านดูไม่สวยแล้ว ยังเป็นแหล่งที่นำพาพวกสัตว์ต่างๆ เข้ามาในบ้านได้ เช่น งู หนู ปลวก ฯลฯ

     ผมเคยแนะนำลูกค้าหลายรายให้ทำแบบนี้ ปรากฏว่า ได้ผลเกินคาด ใครจะลองเอาไปทำบ้างก็ไม่ว่ากันครับ ได้ผลยังไง โทร.มาบอกกันด้วย


* 77006495.jpg (7.25 KB, 170x170 - ดู 815 ครั้ง.)
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2009, 05:49:09 PM โดย endcenter »
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: